|
เครื่องสี
เครื่องสี เป็นเครื่องสายที่ทำให้เกิดเสียงด้วยการใช้คันชักสีเข้ากับสายในดนตรีไทยเรียกว่า
ซอ ซึ่งมีอยู่ ๓ ชนิด ด้วยกัน คือ ซอสามสาย
ซออู้ และซอด้วงที่เป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านได้แก่
สะล้อ สำหรับประเทศทางตะวันตก เครื่องดนตรีประเภทนี้ได้แก่
ไวโอลินและไวโอลา เป็นต้น
 |
ซอสามสาย
เป็นซอชนิดหนึ่งของไทย มีมาแต่โบราณ
มีเสียงไพเราะ นุ่มนวล รูปร่างวิจิตรสวยงามกว่าซอชนิดอื่น
ถือเป็นเครื่องดนตรีชั้นสูง ใช้ในราชสำนัก
มีส่วนประกอบ ดังนี้
-
กะโหลก ทำด้วยกะลามะพร้าว ตัดตามด้านขวาง
ด้านหน้าต่อติดกับกรอบไม้เนื้อแข็ง
เดิมนิยมใช้ไม้สักเรียกว่า "ขนงไม้สัก"
มีรูปร่างคล้ายกรอบหน้านาง ใช้หนังลูกวัวหรือหนังแพะขึงปิดทับขอบขนงไม้สักและขอบกะลาให้ตึงพอดี
-
คันซอ แบ่งออกเป็นสามส่วน คือ ทวนบน
ทวนกลาง และทวนล่าง ทวนบน คือ ส่วนที่นับจากรอบต่อเหนือรัดอกขึ้นไป
ทวนกลาง คือ ส่วนต่อจากทวนบนลงมาถึงกะโหลก
ทวนล่างหรือแข้งไก่ คือ ส่วนที่ต่อจากกะโหลก
ลงไปรวมทั้งเข็มที่ทำด้วยโลหะ ซึ่งอยู่ปลายล่างสุด
-
ลูกบิด มีสามลูก ลูกล่างสำหรับสายเอก
ลูกบนสำหรับสายกลาง สองลูกนี้อยู่ทางขวา
ทางซ้ายมีลูกเดียว สำหรับสายทุ้ม
หรือสายสาม
-
รัดอก มักใช้สายไหมฟั่นเกลียวแบบสายซอ
พันรอบทวนกลาง ใช้รัดสายทั้งสาม
ให้แนบเข้ากับทวนกลาง เพื่อให้เสียงของสายเปล่าได้ระดับและมีความกังวาน
-
หย่อง ทำด้วยไม้หรืองา เหลาเป็นรูปคันธนูให้ได้ขนาดพอรับสายซอทั้งสามสาย
บนหย่องบากร่องไว้ สามตำแหน่ง เพื่อรองรับสายซอ
|
-
ถ่วงหน้า ทำด้วยแก้วหรือโลหะ ขึ้นรูปเป็นตลับกลมเล็ก
ๆ ข้างบนประดับพลอยสีต่าง ๆ หรือถม
หรือลงยา ภายในบรรจุสีผึ้งผสมตะกั่ว
เพื่อให้ได้น้ำหนัก ใช้ชันปิดหน้า
ใช้ปรับเสียงให้สายเอกเข้ากับสายทุ้ม
-
หนวดพราหมณ์ ใช้สายไหมฟั่นเกลียวอย่างสายซอ
ผูกเป็นสายบ่วง ร้อยเข้าไปในรูที่ทวนล่าง
เพื่อรั้งปมปลายสายซอทั้งสาม
-
คันชัก ทำด้วยไม้เนื้อแข็งและเหนียว
กลึงให้ได้รูป ขึงด้วยขนหางม้าสีขาวประมาณ
๒๕๐-๓๐๐ เส้น
|
| |
 |
 |
ซอด้วง
เป็นซอชนิดหนึ่งของไทย ให้เสียงสูงแหลม
การที่ได้ชื่อนี้เพราะส่วนที่เป็นเครื่องอุ้มเสียง
มีรูปร่างคล้ายเครื่องดักสัตว์ชนิดหนึ่ง
ที่เรียกว่า ด้วง มีส่วนประกอบ
ดังนี้
- กระบอก เป็นส่วนที่อุ้มเสียงให้เกิดกังวาน
รูปร่างเหมือนกระบอกไม้ไผ่ ทำด้วยไม้เนื้อแข็งบางทีทำด้วยงาช้าง
ไม้ที่ใช้ทำต่างชนิดกันจะให้คุณภาพเสียงต่างกัน
เช่น เสียงนุ่ม เสียงกลม เสียงแหลม
เป็นต้น ด้านหน้าของกระบอกมีวัสดุบาง
ๆ ขึงปิด นิยมใช้หนังงูเหลือม นอกนั้นอาจเป็นหนังลูกวัว
หนังแพะ หรือใช้กระดาษว่าวปิดซ้อนกันหลาย
ๆ ชั้นก็ได้ |
-
คันซอ ทำด้วยไม้หรืองาช้าง ลักษณะกลมยาว
สอดปักที่กระบอกตั้งตรงขึ้นไป แบ่งออกเป็น
๒ ช่วง ช่วงบนตั้งแต่ใต้ลูกปิดขึ้นไปจนถึงปลายคัน
รูปร่างคล้ายโขนเรือ เรียกว่า "โขน"
ปลายโอนโค้งงอนไปทางด้านเปิดของกระบอก
ช่วงล่วงนับตั้งแต่ลูกบิดลงไปเรียกว่า
"ทวนล่าง"
-
ลูกบิด มีอยู่สองลูก เสียบอยู่ที่ช่วงล่างของโขน
ปลายลูกบิดเจาะรูไว้สำหรับร้อยสายซอ
เพื่อขึงให้ตึงตามที่ต้องการ ลูกบิดลูกบน
สำหรับสายเสียงต่ำ เรียกว่า ลูกบิดสายทุ้ม
ลูกบิดลูกล่าง สำหรับสายที่มีเสียงสูง
เรียกว่า ลูกบิดสายเอก
-
รัดอก เป็นบ่วงเชือกสำหรับรั้งสายซอ
นิยมใช้ขนาดเดียวกับสายเอก ใช้ผูกรั้งสายซอทั้งสองเข้ากับทวนล่าง
-
หย่อง เป็นไม้ชิ้นเล็กใช้หมุนสายซอให้พ้นขอบกระบอก
และเป็นตัวรับความสั่นสะเทือนจากสายซอไปสู่หน้าซอ
-
คันชัก ทำด้วยไม้เนื้อแข็งหรืองาช้าง
รูปโค้ง ด้ามมือจับมีหมุดสำหรับให้เส้นหางม้าคล้อง
อีกด้านหนึ่งเจาะรูไว้ร้อยเส้นหางม้า
ซึ่งมีประมาณ ๒๕๐ เส้น สอดเส้นหางม้าให้อยู่ภายในระหว่างสายเอกกับสายทุ้ม
สำหรับสี
การเทียบเสียง เทียบเสียงให้ตรงกับเสียงขลุ่ยเพียงออ
ทั้งสายเอกและสายทุ้ม โดยใช้สายเอกเป็นหลัก
|
| |
 |
 |
ซออู้
เป็นซอที่มีเสียงทุ้มกังวาน ลักษณะโดยทั่วไปคล้ายซอด้วง
มีส่วนประกอบ ดังนี้
-
กะโหลก ทำด้วยกะลามะพร้าว ตัดส่วนที่กว้างใกล้กับขั้ว
ให้พูทั้งสามอยู่ด้านบน ใช้หนังลูกวัวหรือหนังแพะ
ขึงเป็นหน้าตรงที่ตัด
-
คันซอ ทำด้วยไม้หรืองาช้างกลึง
แบ่งเป็นสองส่วน คือ ทวนบน นับตั้งแต่ลูกบิด
ไปถึงปลายคัน ทวนล่างนับตั้งแต่ลูกบิดลงมาที่ตัวคันมีลวดหรือลูกแก้วคั่นเป็นระยะ
ปลายทวนล่างสอดทะลุ กะโหลกลงไป
เพื่อคล้องสายซอทั้งสองเส้น
-ลูกบิด
มีสองลูก เสียบอยู่ที่ทวนบน ใช้ขึงสายซอ
ซึ่งทำให้ด้วยไหมฟั่นเป็นเกลียว
หรือทำด้วยเอ็นผูกคล้องปลายทวนล่างสุด
ลูกบนสำหรับสายทุ้ม ลูกล่างสำหรับสายเอก
-
รัดอก เป็นบ่วงเชือกใช้ลูกล่างสำหรับสายเอกรั้งสายซอ
เพื่อให้ได้คู่เสียงสายเปล่าชัดเจน
|
-
หมอน เป็นวัสดุที่วางหมุนระหว่างหน้าซอกับสายซอเพื่อให้ได้เสียงกับวาน
บางทีเรียกว่า หย่อง
-
คันชัก ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง กลึงให้ได้รูป
ขึงเส้นหางม้า ประมาณ ๒๕๐ เส้น
เส้นหางม้านี้จะสอดเข้าระหว่าง
สายเอกกับสายทุ้ม
การเทียบเสียง สายเอกมีระดับเสียงตรงกับสายทุ้มของซอด้วง
สายทุ้มมีเสียงต่ำกว่าสายเอก ๕
เสียง |
| |
|
|
|